|
||
1 |
Q : ไรฝุ่น เกิดขึ้นได้อย่างไร?A : ไรฝุ่น กินเสก็ดเซลล์ผิวหนังและขี้รังแคของคนเป็นอาหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะตกลงบนที่นอน หมอน ขณะที่เรานอนหลับ และเป็นอาหารชั้นดีของตัวไรฝุ่น ที่จะสามารถเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้ในที่นอน |
||
2 |
Q : รู้สึกที่นอน คันยิบๆ ใช่อาการภูมิแพ้ไรฝุ่นหรือไม่?A : ภูมิแพ้ไรฝุ่น สามารถเกิดได้หลายอาการ เช่น จาม น้ำมูกไหล ซึ่งมักเกิดเวลาตื่นนอนตอนเช้า บางรายอาจมีอาการผื่นคันผิวหนัง คันตา หายใจขัด ซึ่งอาการกลุ่มหลังมักเกิดก่อนหรือระหว่างนอนหลับ |
||
3 |
Q : ทำไมคนส่วนใหญ่มักเกิดอาการภูมิแพ้ตอนตื่นนอน?A : เพราะไรฝุ่น ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้อาศัยอยู่ในที่นอนและหมอน ขณะที่เรานอนหลับ เราหายใจเอาสารก่อภูมิแพ้เข้าไปตลอดคืน อาการภูมิแพ้ เช่น จาม น้ำมูกไหล จึงมักเกิดขึ้นเวลาตื่นนอนตอนเช้านั่นเอง |
||
4 |
Q : การถอดซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ช่วยกำจัดไรฝุ่นให้หมดไปได้หรือไม่?A : การซักล้างเครื่องนอนสามารถนำมูลและเศษซากไรฝุ่นซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ออกไปได้ชั่วคราว แต่ไรฝุ่นและเศษซากของมันส่วนใหญ่ที่ยังสะสมอยู่ใต้ที่นอน สามารถฟุ้งขึ้นมาบนผิวผ้าคลุมได้ตลอดเวลา |
||
5 |
Q : การนำที่นอนไปตากแดดสามารถฆ่าไรฝุ่นในที่นอนได้หรือไม่?A : การนำที่นอนไปตากแดดแรงที่อุณหภูมิ 60 องศาขึ้นไปสามารถฆ่าไรฝุ่นได้จริง ซึ่งสามารถลดปริมาณการแพร่พันธุ์ของไรฝุ่นได้ชั่วเวลาหนึ่ง แต่เศษซากและมูลไรฝุ่นอันเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคภูมิแพ้ก็ยังคงฝังอยู่ในที่นอน ไม่สามารถนำออกมาได้ |
||
6 |
Q : ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น สามารถป้องกันไรฝุ่นได้จริงหรือไม่?A : ผ้าปูที่นอนประเภทกันไรฝุ่น เนื่องจากผลิตจากไมโครไฟเบอร์ ซึ่งมี texture การทอที่แน่น ทำให้สามารถกันไม่ให้ไรฝุ่นฟุ้งขึ้นมาจากที่นอนสู่ตัวคนได้ ซึ่งจะสามารถป้องกันไรฝุ่นได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่นมีอายุการใช้งานของมัน |
||
7 |
Q : มีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อปริมาณไรฝุ่นในที่นอน?A : ปัจจัยหลักๆ ได้แก่ วัสดุที่นอน และอายุการใช้งาน วัสดุที่มีความหนาแน่นมาก เช่น ยางพารา จะมีปริมาณไรฝุ่นได้น้อยกว่าวัสดุที่มีความหนาแน่นน้อย เช่น ฟองน้ำ หรือ ใยมะพร้าว และ ที่นอนที่ใช้งานมานานกว่าย่อมมีปริมาณไรฝุ่นที่มากกว่า โดยอาจมีปัจจัยอื่นๆประกอบได้ด้วย เช่น การดูแลความสะอาดของห้องนอน การเลี้ยงสัตว์ภายในบ้านหรือในห้องนอน เป็นต้น |
||
8 |
Q : การดูดกำจัดไรฝุ่นที่นอนควรทำถี่แค่ไหน?A : เนื่องจากไรฝุ่นมีโอกาสเกิดขึ้นและฟักตัวได้ใหม่อยู่ตลอดเวลา ไรฝุ่น 1 ตัวสามารถแพร่พันธุ์ได้ 60-80 เท่าจากจำนวนไข่ที่มันสามารถวางในช่วงชีวิต 1-2 เดือนของมัน เพราะฉะนั้นในช่วง 4-6 เดือนหลังจากที่มีไรฝุ่นตัวแรก ไรฝุ่นอาจแพร่พันธุ์ได้มากถึงล้านตัว และนั่นเป็นจำนวนมากพอที่เศษซากและมูลของมันจะสร้างปัญหาให้แก่เรา ความถี่ในการดูดไรฝุ่นจึงควรอยู่ที่ 4-6 เดือนต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของผู้อยู่อาศัยประกอบด้วย |
||
9 |
Q : เทคโนโลยีกำจัดไรฝุ่นระบบผ่านน้ำ มีคุณสมบัติพิเศษกว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปอย่างไร?A : เครื่องดูดไรฝุ่นระบบน้ำจะดูดฝุ่นเข้ามาผ่านน้ำโดยมีตัวกรอง (Separator) ดักฝุ่นให้ลงน้ำและปล่อยแต่อากาศบริสุทธิ์ผ่านออกไป คุณสมบัติหลักสำคัญ คือหัวตีที่นอน (Power Nozzle) ซึ่งมีแกนหมุน 2 หมื่นรอบต่อนาที เพื่อสร้างแรงสั่นลึกลงไปถึงระดับเส้นใยที่นอน ทำให้เครื่องสามารถดูดไรฝุ่นที่อยู่ลึกลงไปได้ถึง 10 ซม. |
||
"Feel the PREMIUM Cleanliness" บริษัท คลีน-อควา โซลูชั่นส์ จำกัด © 2014, www.clean-aqua.net |
||